All posts

5 min readSelf Development

เงียบเป็นวินัย: Solo Recharge ของคนที่แชทไม่เคยหยุดเด้ง

การอยู่คนเดียวบางช่วงไม่ใช่การหนีสังคม แต่เป็นวินัยของการพักให้ได้จริง บันทึกจากเดฟ·PM ที่ LINE กับ Slack เด้งทั้งสัปดาห์ และเพิ่งเรียนรู้ว่าวันหยุดที่ยังตอบทุกแชท ไม่ใช่วันหยุด

Sutthiphong NuanmaSoftware Developer

ขอพูดประเด็นก่อนเลยครับ

การเงียบ หรือการอยู่คนเดียวบางช่วง เป็นวินัยอย่างหนึ่ง ไม่ใช่การหนีสังคม

มันคือการตั้งใจพัก เพื่อให้กลับมาอยู่กับทีม อยู่กับครอบครัว ได้ดีกว่าเดิม

ผมใช้เวลานานกว่าจะยอมรับเรื่องนี้ เพราะลึก ๆ ผมเคยคิดว่าคนที่ตอบเร็ว คือคนที่ทำงานดี

วันหยุดที่ไม่เคยได้หยุด

ชีวิต PM กับเดฟของผม ส่วนใหญ่อยู่ในแชท

LINE กลุ่มลูกค้า Slack ของทีม LINE ครอบครัว แจ้งเตือนจาก Jira อีเมลจากระบบ monitor ทุกอย่างเด้งรวมกันอยู่ในมือถือเครื่องเดียว

วันธรรมดาก็พอเข้าใจได้ แต่ที่ผมเพิ่งสังเกตคือ วันเสาร์อาทิตย์ผมก็ยังตอบแทบทุกข้อความ

ไม่ได้มีงานด่วนอะไรนะครับ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่รอวันจันทร์ได้สบาย ๆ แต่พอเห็นเลขแจ้งเตือนขึ้นมา มือก็เปิดเองอัตโนมัติ ตอบสั้น ๆ "รับทราบครับ" แล้วก็คิดเรื่องนั้นต่ออีกครึ่งชั่วโมง

ผลคือวันจันทร์มาถึง ร่างกายได้นอนเพิ่ม แต่หัวไม่ได้พักเลย

ผมคิดว่าหลายคนในสายนี้เป็นแบบเดียวกัน คือพักไม่ครบ ไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา แต่เพราะไม่เคยตั้งใจปิดสวิตช์จริง ๆ

Solo recharge คือการตั้งใจว่าง

คำว่า solo recharge ในความหมายของผม ไม่ได้แปลว่าต้องไปเที่ยวคนเดียว หรือหายไปเข้าป่าเป็นอาทิตย์

มันคือช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผมตั้งใจว่าง ไม่ใช่บังเอิญว่าง

ต่างกันตรงที่ ความว่างแบบบังเอิญมักถูกแทรกด้วยอะไรก็ได้ที่เด้งเข้ามา ส่วนความว่างแบบตั้งใจ มีขอบเขตชัดว่าช่วงนี้ไม่รับเรื่องอะไรเพิ่ม

ช่วงแรกผมรู้สึกผิดมาก เหมือนทิ้งทีม เหมือนเห็นแก่ตัว

แต่พอทำไปสักพักก็เห็นว่า ช่วงเวลาที่ไม่มีใครต้องการอะไรจากเรา เป็นช่วงเดียวที่เราได้ยินเสียงความคิดของตัวเองชัด ๆ

ไอเดียแก้ปัญหาหลายเรื่อง ผมได้มาตอนเดินคนเดียว ไม่ใช่ตอนนั่งจ้องจอ

และอีกเรื่องที่สำคัญ คือไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกครั้งว่าทำไมถึงอยากอยู่คนเดียว การอยากพักเป็นเหตุผลที่พอแล้วในตัวมันเอง

ไม่ตอบทันที ไม่ได้แปลว่าใจร้าย

นี่คือจุดที่ผมติดอยู่นานที่สุด

ผมกลัวว่าถ้าตอบช้า คนอื่นจะมองว่าไม่ใส่ใจ หรือไม่เป็นมืออาชีพ

แต่พอลองมองกลับด้าน เวลาผมทักใครวันเสาร์ ผมก็ไม่ได้คาดหวังให้เขาตอบภายในห้านาทีเหมือนกัน ส่วนใหญ่แค่อยากโยนเรื่องไว้ก่อนจะลืม

ความคาดหวังว่าต้องตอบทันที หลายครั้งเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมากดดันตัวเองมากกว่า

สิ่งที่ช่วยผมได้มากคือ บอกช่วงว่างล่วงหน้า

เช่น บอกทีมว่าเสาร์ช่วงเช้าผมออฟไลน์ ถ้ามีเรื่องด่วนจริง ๆ ให้โทรมาเลย พอมีช่องทางสำหรับเรื่องด่วนชัดเจน ทุกคนก็สบายใจ และส่วนใหญ่ไม่มีใครโทรมาเลยด้วยซ้ำ

ขอบเขตที่บอกไว้ชัด ๆ ไม่ได้ทำให้คนห่างออกไป มันทำให้คนรู้ว่าจะเจอเราได้เมื่อไหร่ และไว้ใจได้มากขึ้น

สิ่งที่ผมทำจริง

ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ทุกข้อเล็กพอที่จะเริ่มได้สัปดาห์นี้

1. ปิด notification ช่วงเช้ากับช่วงเย็น

ชั่วโมงแรกหลังตื่น กับชั่วโมงสุดท้ายก่อนนอน ผมเปิดโหมด Focus บนมือถือ ให้เด้งได้แค่สายโทรจากคนในครอบครัว

ช่วงเช้าที่ไม่เริ่มวันด้วยแชท ทำให้ผมได้เลือกเองว่าวันนี้จะเริ่มด้วยอะไร ไม่ใช่ให้ข้อความแรกที่เด้งมาเลือกให้

ช่วงเย็นที่ไม่มีแจ้งเตือน ทำให้หลับง่ายขึ้นแบบรู้สึกได้

2. วันหยุดออฟไลน์ครึ่งวัน

ผมไม่ได้ทำได้ทั้งวันครับ ยอมรับตรง ๆ

แต่ครึ่งวันทำได้ ส่วนใหญ่เป็นเช้าวันเสาร์หรืออาทิตย์ ปิด Slack ออกจากระบบ ปิดเสียง LINE กลุ่มงาน แล้วใช้ช่วงนั้นกับอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องตอบใคร

ครึ่งวันที่ออฟไลน์จริง ๆ ได้พักมากกว่าเต็มวันที่ยังแอบเช็กแชททุกชั่วโมง

3. เดินคนเดียว ไม่ใส่หูฟัง

อันนี้ผมเพิ่งเริ่มไม่นาน และแปลกใจว่ามันช่วยเยอะ

เดินรอบหมู่บ้านหรือสวนใกล้บ้านสักยี่สิบสามสิบนาที ไม่เปิดพอดแคสต์ ไม่โทรคุย แค่เดิน

ตอนแรกหัวจะวุ่นมาก คิดเรื่องงานวนไปวนมา แต่พอผ่านไปสักสิบนาที ความคิดจะเริ่มเรียงตัวเอง เรื่องที่ค้างคาอยู่หลายวันบางทีก็คลายออกตรงนั้น

4. เขียนหนึ่งหน้าก่อนกลับเข้าโลก

ก่อนจะเปิดมือถือกลับมาหลังช่วงเงียบ ผมเขียนบันทึกสั้น ๆ หนึ่งหน้า

ไม่มีรูปแบบอะไร เขียนว่าตอนนี้รู้สึกยังไง เรื่องไหนวนอยู่ในหัว สัปดาห์นี้อยากให้เวลากับอะไร

หนึ่งหน้าพอครับ มันช่วยให้ผมกลับเข้าแชทด้วยหัวที่ตั้งหลักแล้ว ไม่ใช่โดนแชทลากไปตั้งแต่ข้อความแรก

5. เริ่มจากเล็ก แล้วค่อยขยาย

ถ้าครึ่งวันยังยากไป เริ่มจากหนึ่งชั่วโมงก่อนก็ได้

สิ่งสำคัญไม่ใช่ความยาว แต่คือการที่ช่วงนั้นเป็นของเราจริง ๆ และเราตั้งใจให้มันเกิดขึ้นซ้ำทุกสัปดาห์

มันไม่ใช่การหนีคน

ผมอยากย้ำตรงนี้อีกครั้ง เพราะคำว่าอยู่คนเดียว บางทีฟังดูเหมือนการตัดขาด

ผมยังชอบคุยกับทีม ยังชอบนั่งกินข้าวกับครอบครัว ยังสนุกกับการช่วยคนแก้ปัญหา

แต่ผมเพิ่งเข้าใจว่า ถ้าไม่มีช่วงเงียบเลย สิ่งที่ผมเอาไปให้คนรอบตัวคือเวอร์ชันที่เหนื่อย ใจร้อน และฟังไม่ค่อยเข้าหู

PM ที่ได้พักจริง ตัดสินใจได้นิ่งกว่า เดฟที่ได้พักจริง debug ได้ใจเย็นกว่า และคนที่ได้พักจริง ก็อยู่กับคนในบ้านได้เต็มกว่า

การเงียบเลยไม่ได้เอาเวลาไปจากคนอื่น มันคือการเติมของที่เราจะเอากลับไปให้เขา

สรุป

ความเงียบไม่ได้เกิดขึ้นเอง ในโลกที่แชทเด้งตลอด มันต้องถูกจัดเวลาให้ เหมือนประชุมสำคัญนัดหนึ่ง

ไม่ต้องหายไปทั้งสัปดาห์ ไม่ต้องอธิบายทุกครั้ง ไม่ต้องรู้สึกผิด

ปิดแจ้งเตือนชั่วโมงแรกของวัน ออฟไลน์ครึ่งวันในวันหยุด เดินคนเดียวสักรอบ เขียนหนึ่งหน้าก่อนกลับมา

สัปดาห์นี้ลองถามตัวเองข้อเดียวครับ ช่วงเวลาไหนที่เป็นของผมจริง ๆ และผมปกป้องมันไว้หรือยัง